Student again and again

posted on 09 Aug 2011 21:37 by muujuu  in Diary
 
ชีวิตการเป็นนักศึกษาอีกครั้งของหงุ่นศรีชั่งยากลำบากเหลือเกิน
 
เรียนโทมาครบสองปีเหลือตัววิจัยก็ถึงเส้นชัยแล้ว
 
เปิดเทอมมาครึ่งเทอมแว้ววว หัวข้อที่ทำส่งอาจารย์ไปต้องเปลี่ยนใหม่
 
อาจารย์แม่คนสวยขาอย่าใจยักษ์ใจมารกับหนูเลย Tongue out หนูก็อยากจบบ้างอะไรบ้าง
 
ถึงแม้การไปเรียนหนังสือมันจะสนุกกว่าการไปทำงานก็ตาม
 
แต่ยังไงก็อยากจะกลับไปทำงานหาเงินแล้วนะอาจารย์ขา..
 
สรุปคือเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง Undecided
 
จำได้ว่ามีหนังเรื่องหนึ่งพูดถึงการเริ่มต้นใหม่
 
เป็นตอนที่แม่ของพระเอกพูดกับพระเอกของเรื่องว่าต้องเป็น
 
"ผู้ชายนับสาม" 
 
หลักการของผู้ชายนับสามคือ เวลาทำอะไรเราต้องตั้งใจทั้งหมดสามครั้ง ถ้าครั้งแรกไม่ได้ ครั้งที่สองเอาใหม่
 
ครั้งที่สามยังพลาดก็ต้องทำใจ เริ่มต้นสิ่งใหม่เริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
 
เราก็จะของเป็น "ผู้หญิงนับสาม" บ้างแล้วกัน
 
นี้แค่ครั้งแรกยังไม่ถึงสามครั้งต้องพยายามจบให้ได้ภายในปีนี้ Yell
 
แค่ตอนนี้หมดแรงชั่วคราว ขอหยุดหายใจลึกๆตั้งสติก่อนแล้วจะวิ่งต่อไปจนถึงเส้นชัยให้ได้ 
 
สู้ต่อไปหงุ่นศรีชีวิตนักศึกษา
ทำข้าวปั้นง่ายๆ สไตล์หงิ่นศรี วิธีทำซูซินี้ได้ร่ำเรียนมาจากคุณครูชาวญี่ปุ่นที่มาสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับเรา
นอกจากคุณครูจะสอนหนังสือ คุณครูยังสอนวิธีทำอาหารญี่ปุ่น รวมถึงวิธีการพับกระดาษแบบโอริกามิด้วย
ว่าแล้วก็คิดถึงคุณครูจัง ไว้หนูมีตังค์เยอะๆจะไปเที่ยวหาครูที่ญี่ปุ่นนะค่ะ ฮาๆๆ
 
แต่ขอออกตัวก่อนนะค่ะว่าวิธีนี้เป็นการดัดแปลงให้ทำง่ายๆโดยมีอุปกรณ์เสริมที่หาได้ทั่วไป จะไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไรค่ะ เมื่อเทียบกับที่คุณครูสอน อิอิ  เข้าขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์ดีกว่า อุปกรณ์มีดังนี้ค่ะ ข้าวญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ สาหร่าย แตงกวาญี่ปุน กุ้งต้ม ปูอัด และแม่พิมพ์ทำข่าวปั้นทรงยาว หาซื้อได้ที่ ร้านไดโซะทุกสาขา ราคา 60 บาทค่ะ
 
 
ขั้นแรกเราต้องหุงข้าวก่อนพอข้าวสุกเราก็มาปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู พอประมาณนะค่ะ จากคนให้เข้ากันทั่วข้าว ที่เราทำก็ใช่ข้าวประมาณ 2 ถ้วยตรวง ใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 3 ช้อนอะค่ะ ใส่น้ำตาลกับเกลือพอประมาณ แบบว่าปรุงรสตามใจฉัน ฮาๆๆ
 
 
จากนั้นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด คือเอาข้าวใส่แม่พิมพ์ ใส่กุ้งต้ม ใส่แตงกวาญี่ปุ่น และปูอัด จากนั้นก็ใส่ข้าวอีกครั้งเพื่อทับใส่ซูซิ จากนั้นก็กดแม่พิมพ์ให้แน่นๆเลยค่ะ
 
 
ขั้นต่อมาค่ะ เราก็เตรียมสาหร่ายมาวางจากนั้นก็เอาข้าวในแม่พิมพ์มาวาง และทำการม้วนให้ม้วนแน่นๆค่ะ 
 
 
ม้วนเรียบร้อยก็นำมาตัดเป็นคำค่ะ ขอแนะนำว่าตอนตัดเป็นคำๆ ควรใช้มีดที่คมๆและเอามีเช็ดน้ำหมาดๆเพื่อป้องกันข้าวติดกับมีด เพราะจะให้ข้าวปั้นตัดยากขึ้นค่ะ
 
 
ที่นี้เราก็จะได้ข้าวปั้นที่ทำง่ายๆ อร่อยได้เอง กินเอง มีความสุขกับสิ่งที่เราทำด้วยตัวเอง
 
 
หมดแล้วค่ะวิธีทำข้าวปั้นแบบง่ายสุดๆ  ขอให้มีความสุขในการทำอาหารและทานอาหารนะค่ะทุกท่าน
ไม่ได้พูดเรื่องอาหารมานานมากๆๆ ทั้งที่ตั้งจะจะเขียนบล็อกนี้ว่าด้วยเรื่องอาหารทั้งสิ้น
แต่ก็ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ฮาๆๆ
 
ห่างหายจากการเขียนเรื่องอาหารไปตั้งนาน วันนี้ได้โอกาสสักที ในการเขียนเพราะถูกขอมาให้เขียน อิอิ มีเล่นตัว 
พอดีช่วงที่หายไปได้มีโอกาสไปหาประสบการณ์ทำตามฝัน เปิดร้านอาหารร้านเล็กๆเป็นของตัวเอง โดยหุ้นก็เพื่อนๆในแก็งค์ ซึ่งเป็นประสบการ์ที่ดีมากสำหรับ "หนึ่งปี" ในการลองทำตามฝัน 
 
ประสบการณ์ในการตามฝันมันชั่งมีหลายอารมณ์เหลือเกินตั้งแต่ สุข เศร้า เหงา เครียด มีทุกรสชาติจริงๆๆเหมือนกับอาหารที่ต้องมีทุกรสชาติอาหารมันถึงจะกลมกล่อม กลับเข้าเรื่องดีกว่าก่อนที่จะนอกเรื่องไปไกลไม่ถึงสปาเก็ตตี้ฮาๆๆ
 
เอาเป็นว่าหนึ่งในเมนูของร้านที่ลูกค้าที่น่ารักชอบสั่งก็คือ "สปาเก็ตตี้" ถึงวันนี้ร้านมีเหตุที่ต้องหยุดกิจการไปแต่ก็ยังคนเรียกร้องอยากจะทานเลยจัดให้คุณลูกค้าที่น่ารัก คือสูตรทำสปาเก๊ตตี้แบบง่ายมากๆๆใครๆก็ทำได้ มาฝากคุณลูกค้า เอาไว้ลองไปทำทานกันดู รอเวลาร้าน"ตั้งไข่"คัมแบ็คอีกที แล้วสปาเก็ตตี้ที่ทุกคนรอคอยก็จะกลับมา ฮิ้วๆๆ
 
เอาเป็นว่าเรามาเตรียมส่วนประกอบในการทำสปาเก็ตตี้กันเลยดีกว่า
สิ่งที่ต้องเตรียมอันดับแรก และขาดไม่ได้เด็ดขาด นั้นก็คือๆ (ขอดนตรีประกอบหน่อยค่ะ แท่น แท๊นนนน แทนนน) เส้นสปาเก็ตตี้นั้นเอง ฮาๆบิ้วตั้งนาน และต่อไปก็คือ ซอสมะเขือเทศแบบเข้มข้นเป็นกระป๋องนะค่ะ มะเขือเทศสด พริกหยวก หอมหัวใหญ่ หมูสับ เนย น้ำตาล เกลือ พริกไทย ได้ครบแล้วเดียวเราก็ไปลงมือทำกันได้เลย
 
 
เดี๋ยวก่อนทำเอาซอสมะเขือเทศให้เพือนๆดูก่อน อันนี้เป็นยี่ห้อใหม่ค่ะพึ่งเคยใช้เป็นครั้งแรกค่ะรสชาติไม่ค่อยเปรี้ยวเท่ายี่ห้อไมก้าค่ะ ทุกทีที่บ้านใช้จะยี่ห้อไมก้าค่ะเพราะพ่อชอบยี่ห้อนี้ไม่รู้ทำไม ฮาๆ หาเหตุผลไม่ได้ กระป๋องนี้เป็นไซต์เล็กจะตกราคากระป๋องละ 30กว่าบาทอะค่ะราคาแพงกว่าของไมก้าไปนิดหนึ่ง ซอสที่ว่าค่ะจะเป็นซอสที่ไว้ทำพวกพาสต้าสปาเก็ตตี้โดยเฉพาะเลยค่ะ มันจะเข้มข้นมากค่ะ แต่ถ้าไม่มีใช่ซอสมะเขือเทศธรรมดาก็ได้ค่ะ ประยุกต์เอาได้ค่ะ
 
 
รู้จักหน้าค่าตาซอสมะเขือเทศแบบเข้มข้นไปเลยถึงเวลาลงมือทำกันเลยดีกว่า เริ่มจากตั้งน้ำให้เดือดใส่เกลือไปนิดหน่อยใส่น้ำมันไปอีกนิดเผื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดตอนเทน้ำทิ้งค่ะ
 
 
ระยะเวลาในการต้มเส้นสังเกตง่ายๆเลยค่ะที่ตรงถุงจะเวลาเวลาในการต้มเส้นมาให้ค่ะ แค่นี้ง่ายไหมค่ะ
 
 
หลังจากรอเวลาในการให้เส้นสุกได้ที่คราวนี้เรามาเตรียมหั่นส่วนประกอบที่เหลือเลยค่ะ ได้แก่ หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ พริกหยวก หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าตามชอบนะค่ะ
 
 
หลังจากหั่นเสร็จเราก็ไปดูเส้นสปาเก็ตตี้อาจจะลองเอาเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมาสักเส้นลองจับดูค่ะว่านิ่มพอดีแล้วก็ยกออกจากเตาเทน้ำทิ้งได้เลยค่ะ หรือเอาวิธีบ้านๆเลยค่ะหยิบมาสักเส้นใส่ปากชิมดูเลยค่ะกัดดูว่าเส้นสุกหรือยัง ฮาๆๆ ใช่ได้แล้วเทน้ำทิ้งเลยค่ะ แค่นี้เราก็จะได้เส้นสปาเก็ตตี้มาเรียบร้อย
 
 
เข้ามาถึงกรรมวิธีการทำแล้วค่ะ เริ่มจากตั้งกระทะใส่เนยลงไปพอเนยเริ่มร้อนและละลายใส่หอมหัวใหญ่ลงไปพัดจนสุกก็นำหมูสับลงมาใส่ ง่ายไหมค่ะ ไม่ยากเลย ฮาๆๆ
 
 
พอหมูเริ่มสุกก็ใส่พริกหยวกและมะเขือเทศที่ได้หั่นเตรียมไว้  พัดสักพักก็ใส่ซอสมะเขือเทศเข้มข้นประมาณสามช้อนซึ่งอาจจะไม่ค่อยเป็นน้ำซอสแนะนำให้ใส่ซอสมะเขือเทศเเบบธรรมดาตามลงไปอีกสักช้อนเพื่อให้ข้นและมีน้ำซอส แต่ถ้าใส่มะเขือเทศสดเยอะก็อาจจะไม่จำเป็นเพราะมะเขือเทศสดจะช่วยให้สปาเก็ตตี้มีน้ำในตัวมันเอง จากนั้นก็ใส่เกลือ น้ำตาลทรายตามชอบ ลองชิมรสดูนะค่ะ
 
 
ในภาพอาจใส่ไม่ตามที่บอกไว้ด้านเพราะคนทำชิวมากไปหน่อยเลยทำแบบเบลอๆฮ่าๆ หลังจากผัดได้ที่ชิมรสแล้วถูกใจก็ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปผัดคลุกเคล้าก็ซอสเลยค่ะ เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกรรมวิธีในการทำสปาเก็ตตี้เหลือแค่เอาสปาเก็ตตี้ที่เสร็จแล้วตักใส่จานโรยพริกไทยและนำไปรับประทานได้เลยค่ะ
 
 
เป็นไงค่ะไม่ยากเลยใช่ไหม?? ลองเอาไปทำกันดู ทำอาหารไม่ยากยังที่คิดค่ะ
ไว้ครั้งหน้าจะเอาเมนูใหม่มาฝากอีกนะค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะค่ะ

edit @ 23 Jul 2011 00:01:57 by muujuu